ข่าวประชาสัมพันธ์

ประวัติความเป็นมา


โครงการด้วยรักและห่วงใย เริ่มก่อตั้งโครงการขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ในพื้นที่ อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย ระยะทางห่างจากตัวจังหวัด ๒๓๔ กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ที่เลียบฝั่งแม่น้ำโขง ผ่านอำเภอโพนพิสัย อำเภอบึงกาฬ (จังหวัดบึงกาฬในปัจจุบัน) เข้าสู่อำเภอเซกา สภาพความแร้นแค้นแทบจะทุกด้าน คือความแตกต่างของสังคมชนบทกับสังคมเมือง ที่จุดประกายให้เกิดแนวคิดที่ช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่อำเภอเซกา โดยการริเริ่มของอาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ

ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ อาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ อาจารย์ทางโรงเรียนจิตรลดา ได้ติดตามสามีที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งปลัดอาวุโสอำเภอเซกา ที่เป็นชุมชนขนาดเล็กและมีสภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากกรุงเทพมหานครโดยสิ้นเชิง ทั้งด้านสาธารณูปโภคและความแร้นแค้น สร้างความสะเทือนใจให้คณะที่เดินทางมาส่งและที่มาเยี่ยมเยือน อาทิ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ และคณะครูโรงเรียนจิตรลดา จึงรวบรวมเงินสิ่งของ เสื้อผ้า เครื่องอุปโภคบริโภคส่งผ่านทางอาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ ซึ่งได้ลาออกจากการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนจิตลดา มาสอบบรรจุเข้ารับราชการครูที่จังหวัดหนองคาย และมาปฏิบัติราชการที่หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเซกา เพื่อนำสิ่งของเหล่านั้นบริจาคแก่เด็กๆ ที่ขาดแคลนในพื้นที่อำเภอเซกา และในส่วนที่เป็นเงินก็จัดสรรให้โรงเรียนที่มีความสนใจและตั้งใจจริงที่จะดูแลแก้ปัญหานักเรียน นำไปจัดทำอาหารกลางวันให้นักเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวัน และนักเรียนที่ขาดสารอาหาร ได้รับประทานอาหารกลางวันฟรีโดยมีเงื่อนไขว่าให้ฝึกให้นักเรียนเหล่านั้นช่วยเหลือโรงเรียนเท่าที่ความสามารถเขาจะทำได้ เช่นงานปัดกวาดเช็ดถู ดูแลห้องสมุด หรือช่วยล้างถ้วยชาม เป็นต้น ในระยะเริ่มแรกมีโรงเรียนที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว จำนวน ๑๒ โรงเรียน

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเซกา โดยการนำของนายธรรมนูญ เจริญดี หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเซกา นายประเวศ รัตนวงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเซกา นายสุรเวท สุกทน ศึกษานิเทศก์อำเภอเซกา และอาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ ได้ร่วมกันจัดทำโครงการเพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดสารอาหาร และขาดแคลนอาหารกลางวันอย่างจริงจัง ภายใต้ชื่อโครงการ “ด้วยรักและห่วงใย” โดยอาศัยเงินทุนสนับสนุนจากคณะครูโรงเรียนจิตลดา และการระดมทุนทรัพย์ในพื้นที่อำเภอเซกาที่มีนายประกิต กันยาบาล นายอำเภอเซกา และอาจารย์พวงเพชร กันยาบาล นายกกิ่งกาชาดอำเภอเซกา ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอเซกาในขณะนั้น เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการระดมทุน

ต่อมา ความทราบถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากคำกราบบังคมทูลของหม่อมราชวงศ์เฉลิมลักษณ์ จันทรเสน และพระอาจารย์ที่โรงเรียนจิตรลดา จึงโปรดเกล้าฯ ให้อาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ  เข้าเฝ้าถวายรายงานถึงสภาพของเด็กๆ ในพื้นที่ของอำเภอเซกา หลังรับฟังการถวายรายงานและทอดพระเนตรภาพถ่ายชีวิตความเป็นอยู่ประกอบกับการที่พระองค์เคยเสด็จเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโนนสำราญ ในพื้นที่อำเภอเซกามาแล้วเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ด้วยพระเมตตาอันหาสุดมิได้ ทรงตรัสว่า “ฝากสตางค์ไปทำอาหารกลางวันให้เด็กที” และได้ทรงรับโครงการไว้ในพระอุปถัมภ์ภายใต้ชื่อโครงการว่า “โครงการด้วยรักและห่วงใย” จึงเกิดโครงการด้วยรักและห่วงใยตามน้ำพระราชหฤทัยนับจากนั้นเป็นต้นมา และในครั้งแรกได้พระราชทานพระราชทรัพย์ จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท คณะข้าราชบริพาร และผู้ใกล้ชิด โดยเสด็จพระราชกุศลอีก ๓๓,๔๗๐ บาท ชาวอำเภอเซการ่วมเดินการกุศลถวายเป็นเงิน ๒๙ ,๑๔๖.๕๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒๒,๖๑๖.๕๐ บาท

ในระยะเริ่มแรกของการดำเนินการ  ได้จัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนขาดแคลนอาหารกลางวันและนักเรียนที่ขาดสารอาหาร ภายใต้โครงการด้วยรักและห่วงใย  โดยดำเนินการใน ๔ โครงการย่อย คือ โครงการด้วยรักและห่วงใย ๑“อาหารกลางวันเพื่อนักเรียนยากจนและขาดสารอาหาร”เป็นโครงการแก้ปัญหาสภาพการขาดสารอาหารของนักเรียนในโรงเรียนที่จัดกิจกรรมอาหารกลางวันอยู่แล้วมีจำนวนนักเรียนในโครงการทั้งสิ้น  ๑๐๒  คน ใน ๙ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ โครงการด้วยรักและห่วงใย ๒ “ผลิตนมถั่วเหลืองเพื่อเด็กขาดสารอาหาร” เป็นโครงการทดลองปลูกถั่วเหลือง เพื่อทำนมถั่วเหลืองเพื่อบริการเด็กที่ขาดสารอาหาร โดยได้ดำเนินการคัดเลือกโรงเรียนที่มีพื้นที่ในการปลูกถั่วเหลืองและพืชชนิดอื่น โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการคือ  โรงเรียนชุมชนบ้านซาง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โครงการด้วยรักและห่วงใย ๓ “เลี้ยงเป็ดและไก่เพื่อการพึ่งตนเอง” เป็นโครงการส่งเสริมอาชีพให้แก่นักเรียนเพื่อให้นักเรียนรู้จักการพึ่งตนเอง โดยจัดหาพันธุ์เป็ดและไก่แม่พันธุ์ แจกให้เด็กกลุ่มเป้าหมายนำไปเลี้ยงที่บ้านให้นักเรียนและผู้ปกครองร่วมกันดูแลรักษา นักเรียนสามารถนำไข่เป็ด ไข่ไก่ไปใช้ประกอบอาหารและหรือจำหน่ายลูกเป็ด ลูกไก่เป็นรายได้เสริมระหว่างเรียน  โครงการนี้มีโรงเรียนที่สมัครเข้าโครงการ ๔ โรงเรียน โครงการด้วยรักและห่วงใย ๔ “ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เพื่ออาหารกลางวัน” เป็นโครงการส่งเสริมให้นักเรียนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เพื่ออาหารกลางวัน ที่พัฒนารูปแบบและวิธีการจากโครงการย่อยที่ ๒  และ ๓  โดยส่งเสริมให้มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ภายในโรงเรียนและนำผลผลิตที่ได้มาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน

ในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมอบหมายให้ นายพิสิษฐ์ ศศิผลิน เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโครงการด้วยรักและห่วงใยในพื้นที่อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย ทรงรับทราบถึงความอุตสาหะ วิริยะ ที่คณะครูและนักเรียนร่วมกันดำเนินงานด้วยความเสียสละ ทรงพระเมตตาให้ อาจารย์ศศิวิมล นพสุวรรณ เบิกพระราชทรัพย์มาใช้ดำเนินงานตามความจำเป็นและทรงมอบหมายให้นายพิสิษฐ์ ศศิผลิน เป็นที่ปรึกษาโครงการ ดังนั้น จึงถือได้ว่า ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นปีเริ่มต้นการดำเนินงานโครงการด้วยรักและห่วงใยอย่างแท้จริง

ยิ่งกว่านั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยในการดำเนินงานโครงการอย่างใกล้ชิด โดยทรงเสด็จดำเนินเยี่ยมโรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใยเป็นประจำ และทรงมีพระราชดำรัสแก่คณะครูในขณะที่ทรงทอดพระเนตรแต่ละกิจกรรมของโรงเรียน ซึ่งเป็นพระราชดำรัสที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เช่น
– การปลูกต้นไม้จะช่วยให้นักเรียนรู้สึกรักธรรมชาติ
– การปลูกมะม่วง ควรนำมะม่วงพันธุ์พื้นเมือง เช่น มะม่วงแก้วมาปลูกเพราะทนต่อสภาพดิน ฟ้า อากาศ โรค และแมลง
– โรงเรียนควรปลูกกล้วย เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง
– การเลี้ยงสุกรควรเลี้ยงในลักษณะฝึกอาชีพให้กับนักเรียน
– ให้จัดทำข้อมูลเด็กว่า ที่ขาดสารอาหารอยู่ในปัจจุบันเป็นเด็กเข้าใหม่หรือเด็กที่เรียนอยู่แล้ว เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับความก้าวหน้าของโครงการ
– ให้ศึกษารายกรณีสำหรับเด็กที่มีปัญหามากๆ โดยเจาะลึกถึงครอบครัว แล้วให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕  นายไมตรี  ไนยกูล ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายสะอาด แสงรัตน์ ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย มีดำริขยายโครงการด้วยรักและห่วงใยในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ให้ครอบคลุมครบทุกอำเภอ และจังหวัดหนองคายมีความประสงค์จะสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี จึงได้จัดกิจกรรมระดมทุนได้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยได้ขอพระราชทานอนุญาตขยายโครงการด้วยรักและห่วงใย ไปยังโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย ในเขตอำเภอต่างๆ เพิ่มเติมอีกจำนวน ๒๖ โรงเรียน รวมเป็นโรงเรียนในโครงการทั้งสิ้น ๔๐ โรงเรียน

ในปีต่อมา ได้มีการขยายโครงการไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้แก่ จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู และปทุมธานี ที่มีสภาพปัญหาใกล้เคียง และความสนใจสมัครใจเข้าร่วมโครงการ ทำให้มีโรงเรียนในโครงการเพิ่มขึ้น รวมโรงเรียนในโครงการ  ๘๑  โรงเรียน และในปี พ.ศ.๒๕๕๒ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้รับโรงเรียนบ้านโนนสำราญยางเรียน เข้าร่วมในกลุ่มโรงเรียนโครงการด้วยรักและห่วงใย นับเป็นโรงเรียนที่ ๘๒ ในโครงการ

โรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มีจำนวนทั้งสิ้น ๘๒ โรงเรียนตั้งอยู่ในจังหวัด บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภูและปทุมธานี และเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จเยี่ยมโรงเรียนในโครงการจำนวน ๑๖ โรงเรียนจึงได้รับการจัดเข้าอยู่ในกลุ่มโรงเรียนโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี แต่ยังคงปฏิบัติงานร่วมกันทั้ง ๘๒โรงเรียน โดยมีการสัมมนา“ครอบครัวด้วยรักและห่วงใย” ปีละ ๑ ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์เพื่อพัฒนางานตามพระราชประสงค์แห่งองค์พระราชูปถัมภ์ ด้วยหัวใจเทิดทูนที่เป็นหนึ่งเดียว ทุกโรงเรียนในโครงการด้วยรักและห่วงใย ล้วนดำเนินงานอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพ ไม่มีข้อตำหนิในการทำงาน ทั้งหมดนี้ เพื่อถวายงานแด่องค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของโครงการด้วยรักและห่วงใย
ด้วยพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีขวัญกำลังใจ สำนึกในพระกรุณาธิคุณ และมีความจงรักภักดี  ก่อเกิดศรัทธาอันยิ่งใหญ่ ในองค์ผู้ทรงเป็นดั่งประทีปที่จุดความวิริยะ อุตสาหะ ให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นที่เคยแห้งแล้งขาดแคลนและมีข้อจำกัดแทบทุกด้าน ภายใต้แนวพระราชดำรัสที่ทุกคนใฝ่ฝันจะสดับฟัง เพื่อเป็นพลังในการปฏิบัติงานปีแล้วปีเล่าอย่างไม่  เหน็ดเหนื่อย โดยมีคำขวัญในการดำเนินงานที่รวบรวมจากพระราชดำรัสแนะนำการทำงานว่า

“ประหยัด อัธยาศัยดี มีความอ่อนน้อม และพร้อมที่จะทำงาน”

 

วิสัยทัศน์ (Visions)


“สร้างคนดี วิถีพอเพียง”

 

พันธกิจ (Mission)


๑. ปลูกฝังให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมืองและสถาบันหลักของชาติ
๒. เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและความเป็นพลเมืองดี
๓. ส่งเสริมทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
๔. พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ
๕. พัฒนาระบบการบริหารจัดการร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เป้าหมาย (Goals)


๑. ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง
๒. ผู้เรียนมีความจงรักภักดีต่อชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์
๓. ผู้เรียนมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรมจริยธรรม
๔. ผู้เรียนรู้จักสิทธิหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อการเป็นพลเมืองที่ดี และมีจิตอาสา
๕. ผู้เรียนมีทักษะอาชีพตามความสนใจ และความถนัดของตนเอง สามารถนำความรู้ไปศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ
๖. ผู้เรียนมีภูมิคุ้มกัน และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑
๗. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นมืออาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ
๘. สถานศึกษาเป็นแหล่งบริการทางวิชาการ และวิชาชีพแก่ชุมชน
๙. สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของชุมชน สังคม

กลยุทธ์ (STRATEGIES)


แผนงาน ๑. การจัดการเรียนรู้ส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี

๑. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามพหุวัฒนธรรมของโรงเรียน
๒. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อความเป็นพลเมืองดี และส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
๓ .สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาทักษะชีวิต และทักษะอาชีพของผู้เรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๔. ส่งเสริมทักษะการคิด และทักษะด้านเทคโนโลยี ของผู้เรียนให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง
๕. ยกระดับระบบดูแลช่วยเหลือ แนะแนว กิจกรรมส่งเสริมสุขอนามัย และกิจกรรมส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
๖. พัฒนาสื่อ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นความเป็นพลเมืองดี

แผนงาน ๒. การบริหารจัดการตามวิถีพอเพียง

๗. พัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ และการจัดการคุณภาพ ของสถานศึกษาโดยเน้นการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
๘. พัฒนาการบริการวิชาการ และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนของสถานศึกษา เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
๙. พัฒนาระบบการนิเทศ ติดตามการปฏิบัติงานของครู และบุคลากรทางการศึกษาให้ครอบคลุมขอบข่ายงาน

แผนงาน ๓. คุณภาพของทรัพยากรทางการศึกษา

๑๐. ยกระดับการพัฒนาสมรรถนะครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน
๑๑. ระดมทรัพยากรทางการศึกษาจากภาคีเครือข่าย และบริหารจัดการโดยเน้นหลักธรรมมาภิบาล
๑๒. เสริมสร้างขวัญ กำลังใจ และจรรยาบรรณวิชาชีพแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อสร้างวัฒนธรรมโรงเรียนที่ดี


รายชื่อโรงเรียน

wdt_ID ลำดับ รหัส SMIS ชื่อโรงเรียน ตำบล อำเภอ จังหวัด เขตพื้นที่
1 1 43020117 บ้านบะยาวราษฎร์นุเคราะห์ หนองยอง ปากคาด บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
2 2 43030041 บ้านดอนปอ โนนสว่าง เมืองบึงกาฬ บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
3 3 43030057 บ้านใหม่ศรีชมภู ป่าแฝก พรเจริญ บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
4 4 43030086 บ้านโนนสูงสุขสมบูรณ์ เซกา เซกา บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
5 5 43030079 บ้านห้วยผักขะ เซกา เซกา บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
6 6 43030080 บ้านนางัวสายปัญญา เซกา เซกา บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
7 7 43030081 บ้านโนนเหมือดแอ่ เซกา เซกา บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
8 8 43030100 บ้านเหล่าคาม น้ำจั้น เซกา บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
9 9 43030099 บ้านดงกะพุงหนองนาแซง น้ำจั้น เซกา บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
10 10 43030082 บ้านห้วยเรือ เซกา เซกา บึงกาฬ สพป. บึงกาฬ
ลำดับ รหัส SMIS ชื่อโรงเรียน ตำบล อำเภอ จังหวัด เขตพื้นที่

สารสนเทศของกลุ่ม


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า